มีค่าใช้จ่าย

หลักสูตรการสร้างผลิตภัณฑ์คอมโพสิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ รุ่นที่ 2(Composite Product Creation by 3D Printing Technology: CPC2)

อบรมวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560
จำนวนคนดู 458 ครั้ง
หลักสูตรการสร้างผลิตภัณฑ์คอมโพสิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ รุ่นที่ 2(Composite Product Creation by 3D Printing Technology: CPC2)

หลักสูตรการสร้างผลิตภัณฑ์คอมโพสิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ รุ่นที่ 2

 

(Composite Product Creation by 3D Printing Technology: CPC2)


“Composite Materials - the Future of 3D Printing Materials”

Key Highlights:

  • เห็นโอกาสทางธุรกิจในการสร้างนวัตกรรมการพิมพ์สามมิติด้วยวัสดุคอมโพสิต
  • เจาะลึกวัสดุคอมโพสิตและการใช้งานในงานพิมพ์สามมิติ
  • เรียนรู้การเลือกใช้วัสดุคอมโพสิตกับการพิมพ์สามมิติในลักษณะต่างๆ
  • ต่อยอดงานพิมพ์สามมิติด้วยเทคโนโลยีหมึกพิมพ์อัจฉริยะ (หมึกนำไฟฟ้าได้)
  • ฝึกปฏิบัติสร้างชิ้นงานสามมิติจากวัสดุคอมโพสิต และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงกับผู้เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์สามมิติ

หลักการและเหตุผล

          ปัจจุบันเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ (3D Printing Technology) มีความเจริญก้าวหน้าขึ้นมาก สามารถตอบโจทย์ให้กับแวดวงต่างๆ และถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการศึกษา (Education) การออกแบบอุตสาหกรรม (Industrial Design) อุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive Industry) งานด้านวิศวกรรม (Engineering) งานด้านสถาปัตยกรรม (Architecture) การแพทย์และทันตกรรม (Medical & Dental) การออกแบบแฟชั่นและเครื่องประดับ (Fashion & Jewelry) การบินและอวกาศ (Aerospace) อาหาร (Food) และอื่นๆ อีกมากมาย
          เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติซึ่งประกอบด้วยเครื่องพิมพ์ ซอฟแวร์แอปพลิเคชั่น และวัสดุการพิมพ์ ล้วนได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น แพร่หลายมากขึ้น และมีราคาถูกลง โดยเฉพาะนวัตกรรมทางด้านวัสดุที่ใช้พิมพ์ที่มีการคิดค้นให้มีวัสดุใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อตอบสนองการใช้งานเฉพาะด้าน การมีสมบัติพิเศษที่โดดเด่น และการเพิ่มมูลค่าแก่งานพิมพ์สามมิติ จึงมีการค้นคว้าวิจัยพัฒนาวัสดุสำหรับการพิมพ์สามมิติแบบใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานเฉพาะด้านที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ
          และเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558 Gartner บริษัทวิจัยและให้คำแนะนำด้าน IT ของสหรัฐอเมริกา ได้เผย 10 กลยุทธ์แนวโน้มเทคโนโลยีสำหรับปี 2016 (Top 10 Strategic Technology Trends for 2016) โดย 1 ในกลยุทธ์ที่ Gartner ให้ความสำคัญที่จะมีผลทำให้ธุรกิจดิจิทัล (Digital Business) ประสบความสำเร็จได้ภายในปี 2020 คือธุรกิจด้านวัสดุสำหรับการพิมพ์สามมิติ (3D Printing Materials) โดยชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาวัสดุแบบใหม่ๆ จะเป็นการประยุกต์ใช้วัตถุดิบที่หลากหลายด้วยนวัตกรรมที่ก้าวหน้า ซึ่งให้ผลตอบสนองที่ตรงตามต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด ตัวอย่างเช่น  วัสดุยุคใหม่จำพวก Advanced Nickel Alloy, Carbon Fiber, แก้ว, Conductive Ink, อุปกรณ์ไฟฟ้าแบบฉลาด, ยา หรือแม้แต่วัสดุทางชีวภาพ ซึ่งการพัฒนาเหล่านี้จะสามารถสร้างความต้องการใหม่ๆ เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และเติมเต็มความต้องการในอุตสาหกรรมใหม่ๆ และทำให้การเติบโตของอุปกรณ์การพิมพ์สามมิติในระดับองค์กรมีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 64.1% ต่อปีไปจนถึงปี 2019 และจะยังคงเป็นธุรกิจที่เติบโตต่อเนื่องไปอีก 20 ปีนับจากวันนี้
          จากแนวโน้มดังกล่าว เป็นแรงจูงใจให้นักพัฒนาวัสดุสำหรับการพิมพ์สามมิติ ได้ทุ่มเทศึกษาและพัฒนาวัสดุรูปแบบใหม่ๆ ที่มีการใช้วัตถุดิบมากกว่าหนึ่งชนิดมาใช้ในการสร้างชิ้นงานต้นแบบของผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อน และก่อให้เกิดคุณสมบัติใหม่ที่เป็นประโยชน์กว่าเดิม ซึ่งจะเป็นการนำวัสดุ A กับวัสดุ B ที่ต่างสถานะกันทางเคมีหรือทางโครงสร้าง มาผสมผสานกันเป็นวัสดุตัวใหม่ที่มีสมบัติโดดเด่นเฉพาะตัว เป็นวัสดุคอมโพสิต (Composite Material) ที่มีการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ เช่น แผ่นซีดี ขวดน้ำ หมวกกันน็อค ชิ้นส่วนตกแต่งภายในและภายนอกรถยนต์ วัสดุที่ต้องการความแข็งแรงและน้ำหนักเบา เช่น ชิ้นส่วนในอากาศยาน วัสดุก่อสร้างบางชนิด รวมถึงวัสดุเก็บเสียงและฉนวนกันความร้อน
          สถาบันวิทยาการ สวทช. ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้พัฒนาหลักสูตรการสร้างผลิตภัณฑ์คอมโพสิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ  (Composite Product Creation by 3D Printing Technology: CPC) ขึ้น เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติกับการประยุกต์ใช้วัสดุคอมโพสิตในงานพิมพ์สามมิติ และเปิดมุมมองโอกาสธุรกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์วัสดุคอมโพสิตในประเทศไทย สำหรับการฝึกอบรมครั้งนี้ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้ศึกษาความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติในประเทศไทยและต่างประเทศ ความรู้เกี่ยวกับวัสดุคอมโพสิตและการเลือกวัสดุคอมโพสิตที่เหมาะสมกับการพิมพ์สามมิติจากผู้เชี่ยวชาญการใช้วัสดุพลาสติกและคอมโพสิต และได้ทราบเกณฑ์การเลือกเครื่องพิมพ์สามมิติให้เหมาะสมกับการใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องพิมพ์สามมิติ

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ และการประยุกต์ใช้วัสดุคอมโพสิตในงานพิมพ์สามมิติ
  2. เพื่อให้สามารถพิจารณาองค์ประกอบในการใช้งานเครื่องพิมพ์สามมิติสำหรับแต่ละลักษณะงานหรืออุตสาหกรรมและเลือกใช้วัสดุคอมโพสิตในงานพิมพ์สามมิติลักษณะต่างๆ ได้
  3. เพื่อเปิดมุมมองโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์วัสดุคอมโพสิต และส่งเสริมการใช้งานวัสดุคอมโพสิตกับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติในประเทศไทย
  4. เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติในการสร้างสรรค์งานผลิตเชิงดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
ผู้เข้าร่วมสัมมนา

  1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ และวัสดุคอมโพสิต รวมถึงการประยุกต์ใช้งานร่วมกันในการทำต้นแบบผลิตภัณฑ์
  2. เห็นโอกาสในการประยุกต์ใช้งานวัสดุคอมโพสิตกับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ รวมถึงปัญหาอุปสรรค และประสบการณ์ในการพัฒนานวัตกรรมการพิมพ์สามมิติทางด้านพลาสติกและคอมโพสิต
  3. สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการตัดสินใจลงทุนในเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ และสามารถประยุกต์งานพิมพ์สามมิติให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาตนเองได้

กลุ่มเป้าหมาย

  1. นักลงทุน/ผู้ประกอบการที่สนใจและมีวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติเพื่อการประยุกต์ใช้งานที่หลากหลาย
  2. นักเทคโนโลยีการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติเพื่อการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต
  3. หน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ
  4. ภาคการศึกษาที่ต้องการก้าวให้ทันกับรูปแบบเครื่องมือการศึกษาสมัยใหม่
  5. ประชาชนทั่วไปที่สนใจการใช้งานวัสดุคอมโพสิตในงานพิมพ์สามมิติ

โครงสร้างหลักสูตร

          เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติกับการประยุกต์ใช้วัสดุคอมโพสิตในงานพิมพ์สามมิติ และเปิดมุมมองโอกาสธุรกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์วัสดุคอมโพสิตในประเทศไทย ประกอบด้วยการบรรยาย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และฝึกปฏิบัติการ รวม 12 ชั่วโมง/2 วันทำการ ดังนี้

หัวข้อ ชั่วโมง ครั้ง (วัน)
บรรยาย กรณีศึกษา และฝึกปฏิบัติการ
12 2
รวม 12 2 วันทำการ


     เนื้อหาหลักสูตรประกอบด้วย

  1. ความรู้พื้นฐาน หลักการและความน่าสนใจของเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ
  2. แนวโน้ม เทคโนโลยี และโอกาสทางการตลาดจากเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ
  3. การเลือกใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ในการทำงานพิมพ์สามมิติอย่างเหมาะสม
  4. กรณีศึกษา โอกาสของการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติและวัสดุคอมโพสิตในงานออกแบบสร้างสรรค์
  5. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหมึกพิมพ์อัจฉริยะ (Printed Electronics) ในงานพิมพ์สามมิติ
  6. การใช้งานวัสดุพลาสติกและคอมโพสิตในการพิมพ์สามมิติ
  7. การเปรียบเทียบระบบการพิมพ์สามมิติ และสาธิตขั้นตอนการทำงาน
  8. เวิร์กช็อป สาธิตและลงมือทำ กระบวนการและการพิมพ์ชิ้นงานสามมิติ

เกณฑ์การประเมินผล

         ผู้เข้าอบรมต้องมีเวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 80% และทำกิจกรรมทุกหัวข้อของหลักสูตร จึงจะได้รับวุฒิบัตรจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

วิทยากรประจำหลักสูตร

         ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ และวัสดุคอมโพสิต ทั้งภาครัฐและเอกชน

ระยะเวลาของหลักสูตร

         ตลอดระยะเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 22 - 23 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎี การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และฝึกปฏิบัติ รวมจำนวนชั่วโมงทั้งหมด 12 ชั่วโมง

ค่าลงทะเบียน

         ท่านละ 12,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

หมายเหตุ

  • สถาบันฯ เป็นหน่วยงานราชการ ได้รับยกเว้นไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าลงทะเบียนรวม อาหารกลางวัน และอาหารว่าง 2 มื้อต่อวัน เอกสารประกอบการอบรม และภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ข้าราชการมีสิทธิ์เบิกค่าลงทะเบียนได้ตามระเบียบกระทรวงการคลัง และเข้าร่วมอบรมสัมมนาได้โดยไม่ถือเป็นวันลา
  • หากต้องการยกเลิกการลงทะเบียน กรุณาแจ้งยืนยันการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย 10 วันทำการก่อนวันจัดงาน หากการแจ้งยกเลิกล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนดดังกล่าว ทางสถาบันฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าดำเนินการ คิดเป็นจำนวนเงิน 30% จากค่าลงทะเบียนเต็มจำนวน
  • ค่าใช้จ่ายในการส่งบุคลากรเข้าอบรมทางวิชาชีพของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 200%

สถานที่จัดอบรม

          โรงแรมเจ้าพระยา ปาร์ค กรุงเทพ
          เลขที่ 12 ซอยโชคชัยร่วมมิตร แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

          Call Center: 0 2644 8150 ต่อ 81895 (บรรยงก์)
          E-mail:


หลักสูตรนี้ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานการประกันคุณภาพสำหรับการจัดฝึกอบรมและการศึกษา ISO 10015





หลักสูตรฝึกอบรมอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีความรู้ความเข้าใจในหลักการ และวิธีการสอนงานด้วยระบบ On The Job Training
ขยายแนวคิด และวิธีปฏิบัติ สำหรับนักจัดซื้อสมัยใหม่ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเห็นผล
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมอบรมหลักสูตร “การประยุกต์ใช้งานระบบ PLC ขั้นสูง (SIEMENS S7-300)”
เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ข้อกฎหมายแรงงาน การเลิกจ้าง การรักษากฎระเบียบ 2.เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ปัญหาตามมาในภายหลัง
เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อประสานงานกับ BOI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมศุลกากร กรมสรรพากร เป็นต้น
คนที่ไม่เคยได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยและอนามัยสําหรับผู้นําแรงงานตามกลุ่มอุตสาหกรรม
การบริการที่จะทำให้เกิดการซื้อ และซื้อซ้ำต่างหากที่ยากกว่า จะให้ได้มาตรฐานอย่างไร เราจะสร้างให้พนักงาน หรือส่วนงานที่ต้องพบลูกค้า หรือบริการลูกค้าอย่างไรให้พิชิตใจลูกค้าได้อย...
เพื่อให้สามารถใช้สิทธิและประโยชน์ได้ตรงตามที่กำหนด อันจะทำให้กิจการได้รับประโยชน์สูงสุด
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมอบรมหลักสูตร "AutoCAD" รุ่นที่ 9 วันที่ 6-8 พฤษภาคม 2558 เวลา 09.00-16.00 น.